สถิติผู้ชมเว็บไซต์




เข้าระบบสมาชิก





admin 12 ก.ย. 2559 15:19 IP Address:110.xx.xx


Email:orachapron.aoy@gmail.com


โรคเอ๋อ-โรคใบเหี่ยวในสับปะรด



เทคนิคป้องกันและรักษาโรคเอ๋อ (โรคใบเหี่ยว) ในสับปะรด
การปลูกสับปะรดในปัจจุบัน ปัญหาที่พบคือโรคเหี่ยวสับปะรด ภาษาชาวบ้านเรียกกันว่า โรคเอ๋อ การระบาดของโรค มักพบในช่วงอากาศแห้งแล้งเหมาะต่อการระบาดของเพลี้ยแป้ง ซึ่งเป็นแมลงพาหะถ่ายทอดเชื้อไวรัสสู่ต้นสับปะรด จะแสดงอาการตั้งแต่หลังปลูก อายุ ๖ เดือน ไปจนถึงเก็บเกี่ยวผลผลิต อาการเริ่มแรก ปลายใบเริ่มแห้ง หรือพื้นที่ของใบจะเริ่มมีสีม่วงแดงจากปลายใบลามเข้าเนื้อใบ ขอบใบจะลู่ลงหรือม้วนข้าหาด้านใต้ใบต่อมาใบจะมีลักษณะแห้งคล้ายอาการขาดน้ำ ขอบใบเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลม้วนลงมาเพิ่มมากขึ้น พื้นใบมีสีม่วงแดงตลอดทั้งใบ ในที่สุดใบจะแห้งเหี่ยวทั้งกอ ระบบรากมีขนาดสั้น แตกแขนงน้อย รากฝอยมีน้อย และส่วนใหญ่รากจะแห้งตาย เกษตรกรรายใด ถ้าปลูกสับปะรดด้วยหน่อจะพบอาการของโรคเร็วกว่าปลูกด้วยจุก ซึ่งพบว่าจะมีอาการหลังปลูกไปแล้ว ๑ ปี และยังพบว่าสับปะรดที่ผ่าน การบังคับให้ออกดอกด้วยสารเคมี ถ้าโรคเกิดในช่วงติดผล จะทำให้ผลเล็ก แคระแกรน หรือไม่ติดผลเลย การแพร่กระจายของโรคครั้งแรก เกิดขึ้นในกลุ่มพื้นที่เล็กๆ หลังจากนั้นจะลุกลามเป็นวงกว้าง ทําให้คุณภาพ และผลผลิตเสียหายมาก ไม่สามารถ เก็บเกี่ยวผลผลิตได้

วิธีการแก้โรคเอ๋อ (โรคใบเหี่ยว) ในสับปะรด)
ให้ใช้ฮาโตริ ซึ่งเป็นวัคซีนพืช เป็นสารกำจัดและป้องกันเชื้อราและเชื้อไวรัส ที่พบในสับปะรด อัตราการฉีด 500 ซีซี ในน้ำ1000 ลิตร ฉีดพ่นทุก 7 วัน จะช่วยให้โรคเอ๋อไม่ระบาดไปสู่ต้นอื่นและช่วยให้สับปะรดแตกกาบออกมาใหม่ หลังจากนั้นให้เริ่มบำรุงต้นด้วยอาหารเสริมพืชวายไอซีนาโน ทุก 15 วัน (รายละเอียดสอบถามเพิ่มเติม)จะช่วยให้สับปะรดฟื้นตัวได้เร็ว ต้นแข็งแรง โตได้ทันช่วงการบังคับดอกได้ ก็จะสามารถเก็บผลผลิตได้พร้อม กับสับปะรดที่สมบูรณ์ ที่อยู่ในแปลงเดียวกัน








 
 


ชื่อ *    E-mail  

 โชว์ E-mail สู่สาธารณะ     ส่ง E-mail เมื่อมีความเคลื่อนไหว

รหัสยืนยัน   

  


โรคเอ๋อ-โรคใบเหี่ยวในสับปะรด