สถิติผู้ชมเว็บไซต์




เข้าระบบสมาชิก





admin 24 เม.ย. 2558 09:48 IP Address:110.xx.xx


Email:orachapron.aoy@gmail.com


เพลี้ยในมันสำปะหลัง-แคปซูลนาโน



เพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง
เป็นแมลงปากดูด ลำตัวมีขนาดเล็ก อ่อนนุ่ม มีไขแป้งปกคลุมลำตัว มีเส้นแป้งอยู่รอบลำตัว ที่พบระบาดในมันสำปะหลัง ปัจจุบันพบแล้วอย่างน้อย 4 ชนิด ได้แก่
1. เพลี้ยแป้งลาย พบระบาดทั่วไปแต่ยังไม่เคยสร้างปัญหารุนแรงต่อผลผลิตมันสำปะหลัง ลักษณะที่สำคัญมองเห็นได้ชัดเจนคือ ตัวเต็มวัยเพศเมียค่อนข้างยาวรี มีเส้นแป้งยาว 1 คู่ทางส่วนท้าย หากแป้งด้านหลังหลุดออกจะมองเห็นจุดสีเข้ม 2 แถบ ทางด้านหลัง
2. เพลี้ยแป้งสีเทา หรือเพลี้ยแป้งแจ็คเบียดส์เล่ย์ คล้ายกับชนิดแรกต่างกันที่ด้านข้างมีเส้นแป้งจำนวนมาก รอบลำตัว
3. เพลี้ยแป้งมันสำปะหลังสีเขียว ตัวเต็มวัยเพศเมียคล้ายรูปไข่มีสีเขียวอ่อนแตกต่างจาก 2 ชนิดแรก คือ มีเส้นแป้งด้านข้างสั้นและด้านหลังมีแป้งปกคลุมน้อย
4. เพลี้ยแป้งมันสำปะหลังสีชมพู ตัวเต็มวันเพศเมียคล้ายรูปไข่มีสีชมพูรูปร่างคล้ายชนิดที่ 3 แต่แตกต่างกันที่มีสีชมพู และแตกต่างจาก 2 ชนิดแรก คือ มีเส้นแป้งด้านข้างสั้นและด้านหลังมีแป้งปกคลุมน้อย
การระบาดของเพลี้ยแป้งในมันสำปะหลังมีมานานแล้ว แต่ไม่เคยทำความเสียหายรุนแรง สำหรับเพลี้ยแป้งที่ทำความเสียหายให้กับมันสำปะหลังอย่างรุนแรงคือ เพลี้ยแป้งมันสำปะหลังสีชมพู เพลี้ยแป้งมันสำปะหลังสีชมพู ขยายพันธุ์ได้โดยไม่อาศัยเพศ คือ เพศเมียไม่ต้องได้รับการผสมพันธุ์จากเพศผู้ สำหรับเพลี้ยแป้งมันสำปะหลังสีชมพูวางไข่ลักษณะเป็นฟองเล็ก ๆ ในถุง ไข่มีสีเหลืองอ่อน ลักษณะยาวรี มีใย คล้ายสำลีหุ้มไว้ เมื่อใกล้ฟักไข่จะมีสีเข้มขึ้น ระยะไข่ประมาณ 8 วัน ตัวอ่อนลอกคราบ 3 ครั้ง ตัวอ่อนวันแรก มีลำตัวยาวรีสีเหลืองอ่อน เป็นวัยที่เคลื่อนที่ได้ และมองเห็นขา 6 ขา ได้ชัดเจน อายุประมาณ 4 วัน จะลอกคราบเป็นวัยที่ 2 หลังจากลอกคราบจะไม่เห็นส่วนของขาและเริ่มสร้างแป้งสีขาวปกคลุมลำตัว ระยะตัวอ่อนวัยที่ 2 ประมาณ 4 วัน และระยะที่ 3 ประมาณ 5 วัน จะเป็นตัวเต็มวัย ระยะเวลาตั้งแต่ระยะไข่จนเป็นตัวเต็มวัยใช้เวลาประมาณ 21 วันเท่านั้น และวางไข่ได้มากถึง 500 ฟอง
การระบาดของเพลี้ยแป้งรุนแรงหรือไม่ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่ ระยะห่างจากพื้นที่ระบาด สภาพภูมิอากาศ ลักษณะของดินที่ปลูก และอายุมันสำปะหลังขณะถูกทำลาย ก่อให้เกิดความเสียหายต่อพืชและเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ดังนี้
โ€ขต้นทุนสูงขึ้น การระบาดขณะต้นมันสำปะหลังอายุน้อย มีความรุนแรงมากกว่าการระบาดในต้นที่อายุมาก ในกรณีที่รุนแรงมากอาจต้องไถทิ้งและปลูกใหม่ แต่มักประสบปัญหาระบาดซ้ำอีก เนื่องจากยังมีเพลี้ยแป้งหลงเหลืออยู่บนเศษซากต้น และมีการระบาดจากแปลงข้างเคียง ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น เนื่องจากจำเป็นต้องใช้ท่อนพันธุ์เพิ่มขึ้น และพ่นสารฆ่าแมลง
โ€ขผลผลิตลดลงชัดเจน จากการสุ่มเก็บผลผลิตมันสำปะหลังในแปลงที่มีการระบาดของเพลี้ยแป้งมันสำปะหลังสีชมพู เปรียบเทียบกับแปลงที่ไม่พบการระบาด พบว่าผลผลิตลดลงประมาณ 20-80 เปอร์เซ็นต์ และในเขตที่ปลูกมันสำปะหลังข้ามปี การปลูกข้ามแล้งอาจทำให้หัวมันเน่าได้
โ€ขใช้สารฆ่าแมลงมากและใช้ไม่ถูกต้อง เช่น เกษตรกรใช้สารฆ่าแมลงไม่เหมาะกับชนิดของ
แมลงศัตรูพืช บ่อยครั้งที่พบว่าเกษตรกรไม่รู้จักชนิดของศัตรูพืช และไม่มีความรู้ในการจำแนกชนิดของแมลงศัตรูพืช ทำให้การใช้สารกำจัดศัตรูพืชไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิด โ€œแมลงดื้อยาโ€
โ€ขเขตกรรมต้องเปลี่ยน เพื่อหลีกเลี่ยงโอกาสเกิดการระบาด โดยอาศัยปริมาณฝนที่มากพอและมี
ฝนตกติดต่อกัน จะช่วยลดความเสียหายของเพลี้ยแป้งได้ รวมทั้งการปรับปรุงบำรุงดินเพื่อให้ต้นมันสำปะหลังอุดมสมบูรณ์ ต้นมันสำปะหลังที่แข็งแรงสมบรูณ์เพลี้ยแป้งจะไม่ค่อยเข้าทำลาย สามารถทำได้โดยวิธีเขตกรรม และวิธีกล ได้แก่ การไถพรวนดินหลายๆ ครั้ง และตากดินอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพื่อลดประมาณเพลี้ยแป้งและศัตรูพืชอื่นๆ ที่อยู่ในดิน หลีกเลี่ยงการปลูกมันสำปะหลังที่อาจทำให้ต้นมันสำปะหลังงอกและระยะแรกของการเจริญเติบโตอยู่ในช่วงแล้งหรือฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน เนื่องจากเป็นสภาพแวดล้อมเหมาะกับการเจริญเติบโตของเพลี้ยแป้ง เมื่อตรวจพบเพลี้ยแป้งเริ่มเข้าทำลาย ให้ถอนต้น หรือตัดส่วนที่มีเพลี้ยแป้งนำไปเผาทำลาย และหากจำเป็นต้องปลูกใหม่ให้ใช้ท่อนพันธุ์ที่สะอาดปราศจากเพลี้ยแป้ง รวมทั้งการควบคุมโดยชีววิธี ทั้งแมลงห้ำและแมลงเบียน โดยกำหนดแนวทางการควบคุมตามพื้นที่ ที่พบการระบาด ดังนี้
1. พื้นที่ที่ยังไม่พบการระบาด
1.1 ใช้ท่อนพันธุ์สะอาดปราศจากโรค และแมลงทำลาย หรือไม่นำท่อนพันธุ์มาจากแหล่งอื่น
1.2 เก็บซากพืชออกจากแปลง ไถพรวนหลาย ๆ ครั้ง และตากดินอย่างน้อย 14 วัน
1.3 แช่ท่อนพันธุ์ด้วยสารฆ่าแมลงที่แนะนำก่อนปลูก เพื่อป้องกันเพลี้ยแป้งที่ติดมากับท่อนพันธุ์หรือระบาดมาจากแปลงข้างเคียง เนื่องจากเป็นระยะวิกฤติ จำเป็นต้องตัดวงจรชีวิตของเพลี้ยแป้ง หรือลดจำนวนเพลี้ยแป้งให้เหลือน้อยที่สุด
1.4 ตรวจแปลงสม่ำเสมอทุก 2 สัปดาห์ (หากพบการระบาดดูรายละเอียดในข้อ 2)
2. พื้นที่ที่มีการระบาดของเพลี้ยแป้ง
2.1 หลีกเลี่ยงการปลูกในฤดูแล้ง ควรปลูกช่วงต้นฝน ซึ่งฝนที่ตกต่อเนื่องจะทำให้การระบาดลดลง
2.2 ไถพรวนดินหลาย ๆ ครั้ง ตากดินอย่างน้อย 14 วัน
2.3 ต้องแช่ท่อนพันธุ์ด้วยสารเคมีที่แนะนำเพื่อกำจัดเพลี้ยแป้ง
2.4 ตรวจแปลงสม่ำเสมอทุก 2 สัปดาห์
2.5 มันสำปะหลังที่มีอายุ 1 โ€“ 4 เดือน หากพบระบาดไม่รุนแรงให้ตัดยอดที่มีเพลี้ยแป้งเกาะอยู่แล้วพ่นสารฆ่าแมลงบริเวณที่พบ หากรุนแรงให้ถอนทิ้งทั้งหมดแล้วนำไปทำลายนอกแปลง
2.6 หากพบการระบาดในมันสำปะหลังอายุ 5 โ€“ 8 เดือน ให้ตัดยอดหรือถอนต้นที่พบเพลี้ยแป้ง นำไปทำลายนอกแปลงและพ่นสารฆ่าแมลงบริเวณที่พบและบริเวณโดยรอบที่มีการระบาดทันที
2.7 หากพบการระบาดในมันสำปะหลังอายุมากกว่า 8 เดือน ควรเร่งเก็บผลผลิต ตัดต้นทิ้งนำไปทำลาย ทำความสะอาดแปลง แล้วปลูกพืชอื่นที่ไม่เป็นพืชอาศัยของเพลี้ยแป้งมันสำปะหลังแทน เช่น ข้าวโพด อ้อย ข้าวฟ่าง หรือทานตะวัน
การกำจัดเพลี้ยแป้ง
การป้องกัน : ให้ฉีดพ่นแคปซูลนาโนผสมนาโนพลัส +บิวเวอเรีย ทุก 15 วัน
การกำจัด : ในช่วงระบาด ให้ฉีดพ่นแคปซูลนาโนผสมนาโนพลัส ทุก 15 วัน ส่วนบิวเวอเรียให้ฉีดพ่น 3-5 วัน









 
 


ชื่อ *    E-mail  

 โชว์ E-mail สู่สาธารณะ     ส่ง E-mail เมื่อมีความเคลื่อนไหว

รหัสยืนยัน   

  


เพลี้ยในมันสำปะหลัง-แคปซูลนาโน